วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis)

สวัสดีคะ...ท่านผู้รักสุขภาพทุกท่านวันนี้ "ยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์" นำความรู้ในเรื่องใหม่ ๆ มาฝากคะ...เผอิญรู้ชื่อโรคเมลิออยโดสิส มาจากเพื่อนเพราะตอนนั้นน้องชายเพื่อนบวชเป็นพระธุดงส์ปรากฏว่า หลังจากสึกมาเป็นไข้ไม่ทราบสาเหตุ เพื่อนกังวลมากคะเป็นไข้อยู่หลายวัน หมอคิดว่าเป็นมาลาเรีย  ให้ยารักษามาลาเรียอยู่หลายวันก็ไม่หาย 
สุดท้ายทราบว่าเป็น "โรคเมลิออยโดสิส"

เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันดีกว่าคะ

http://www.bangkokhealth.com
      เมลิออยโดสิส (Melioidosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีสาเหตุจาก Burkholderia (Pseudomonas ) pseudomallei ซึ่งพบได้ในคน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น แพะ แกะ หมู โค กระบือ โรคนี้พบได้มากในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และ ออสเตรเลียตอนเหนือ โดยเฉพาะในประเทศไทย มีผู้ป่วย 2000 -3000 รายต่อปี อุบัติการณ์ของโรคมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉลี่ย 4.4 ต่อ 100,000 คน    พบผู้ป่วยมากในฤดูฝน  ถูกจัดให้อยู่ใน สปีชีส์ใหม่ ชื่อ Burkholderia thailandnensis 

อาการ 

     ผู้ป่วยจะมีอาการแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ไม่ปรากฏอาการแต่ตรวจพบแอนติบอดี จนกระทั่งอาการรุนแรง โลหิตเป็นพิษเฉียบพลัน มีอาการ 2 รูปแบบ คือการติดเชื้อเฉพาะที่ และ การติดเชื้อแบบแพร่กระจายไปทั่ว มักพบมีอาการปอดบวม ติดเชื้อในกระแสโลหิตและฝีในอวัยวะภายใน พบมีอาการของโรคกลับซ้ำได้บ่อยในกรณีที่ให้ยาปฏิชีวนะไม่นานพอ อาการและ อาการแสดงของผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นหลายโรคเช่น เลปโตสไปโรซิส สครับไทฟัส มาเลเรีย ดังนั้นการตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงมีความสำคัญมาก การวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง รวดเร็วจะมีผลต่อการรักษาและการรอดชีวิตของผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตเฉียบพลันมักเสียชีวิตเร็ว  หลังการรักษา 1-2 วัน
  
การก่อโรค  
B. pseudomallei ยังไม่ทราบแน่ชัด

ปัจจัยที่มีผลก่อให้เกิดความรุนแรงของโรค 

     ความสามารถในการก่อโรค (virulence)  จำนวนและวิธีที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ภาวะภูมิต้านทานของผู้ป่วย   เชื้อโรคมีการสร้าง biofilm ห่อหุ้มเซลล์ ซึ่งมีผลทำให้เชื้อสามารถเจริญได้ในเซลล์เม็ดเลือดขาวโดยไม่ถูกจับกินและ สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ นอกจากนั้น biofilm ยังป้องกันไม่ให้สารต้านจุลชีพซึ่มเข้าสู่เซลล์ ทำให้เชื้อสามารถทนต่อสารต้านจุลชีพที่ความเข้มข้นสูงขึ้น 

การติดต่อ

     ที่พบบ่อย ได้แก่ การหายใจ และ การสัมผัสโดยตรงกับเชื้อที่ปนเปื้อนในดินและน้ำ ในขณะที่มีบาดแผล  การติดต่อจากคนสู่คนมีรายงานน้อยมาก ระยะฟักตัวไม่แน่นอน ที่พบบ่อย 2-20 วัน หรืออาจนานเป็นปี

การควบคุมและป้องกัน 

      ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคเมลิออยโดสิส การควบคุมป้องกันโรคทำได้ยาก       เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชาวนาที่ต้องสัมผัสดินและน้ำขณะทำงาน ผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานบกพร่อง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคเรื้อรัง หรือ มีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดิน โดยสวมรองเท้าบูทขณะทำงานลุยน้ำ ลุยโคลน

การรักษา 

     ในรายที่มีอาการรุนแรงจำเป็นต้องให้ยาต้านจุลชีพที่เหมาะสมก่อนทราบผลการเพาะเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยอาจเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว 

 การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ
     
     1.  การเพาะเชื้อแบคทีเรีย เป็นวิธีมาตรฐาน สามารถเพาะแยกเชื้อได้ในอาหารเลี้ยงเชื้อปกติ เช่น blood agar, Mac Conkey agar ใช้เวลาประมาณ 2-5 วัน ตัวอย่างที่ใช้ตรวจ มักเป็นเลือด (Hemoculture) เสมหะ น้ำจากปอด หนองจากฝี ปัสสาวะ เมื่อเชื้อขึ้นจะทำการ ทดสอบทางชีวเคมี และทดสอบความไวต่อสารต้านจุลชีพซึ่งจะช่วยให้สามารถเลือกใช้ยารักษาได้เหมาะสม 

     2.  การตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อ B. pseudomallei ในซีรัมผู้ป่วย  
  • Indirect hemagglutination (IHA) ทดสอบโดยใช้เม็ดเลือดแดงที่เคลือบแอนติเจนของ B. pseudomallei ทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีจำเพาะในซีรัมผู้ป่วย ในกรณีที่มีการติดเชื้อจะเกิดการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

  • Immunofluorescent assay (IFA) เป็นการตรวจแอนติบอดีจำเพาะชนิด IgG และ IgM ในซีรัมผู้ป่วย ต่อเชื้อ B. pseudomallei ที่เคลือบไว้บนสไลด์ และติดตามปฏิกิริยาด้วยการย้อมด้วย anti-human IgG/IgM ที่ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง ซึ่งจะเห็นตัวเชื้อ B. pseudomallei เรืองแสงสีเขียวเมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดเรืองแสง

  • Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) เป็นการตรวจแอนติบอดีต่อ B. pseudomallei ในซีรัมผู้ป่วยโดยการทำปฏิกิริยากับสารสกัดจาก B.pseudomallei ที่เคลือบไว้บนไมโครเพลตหรือเมมเบรน และติดตามปฏิกิริยาด้วยแอนติบอดีจำเพาะต่อ IgG หรือ IgM ที่ติดฉลากด้วยเอ็นซัยม์ ทำให้เกิดสีซึ่งสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าหรือวัดปริมาณด้วยเครื่องวัด
  • การตรวจแอนติเจนของเชื้อในตัวอย่างของผู้ป่วยซึ่งได้แก่ เลือด ปัสสาวะ หนอง วิธีทีใช้ทดสอบได้แก่ Latex agglutination (LA), Direct fluorescent assay (DFA) และ ELISA ทดสอบกับ hemoculture ทำให้สามารถวินิจฉัยการติดเชื้อในกระแลโลหิตได้เร็วขึ้น 
  • การตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธี PCR มีการศึกษาวิจัยในหลายสถาบัน พบว่ามีความไวและความจำเพาะสูง แต่ยังไม่แพร่หลายในห้องปฏิบัติการทั่วๆไป 
     เป็นยังไงบ้างคะน่ากลัวใช่ม้า..."ยอดนักเลียนแบบ" เชื้อโรคมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อความอยู่รอด เราก็ต้องรู้ทันเชื้อโรคเพื่อความอยู่รอดเหมือนกัน ...เป็นห่วงคะ...จาก....ยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์.. แล้วพบกันใหม่
 นะคะ

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

นอนกรน

      การนอนหลับเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่ถ้าเกิด "นอนกรน" จะทำให้การนอนหลับไม่มีความสุขทั้งต่อตัวเองและคนที่นอนข้างเคียง ทั้งยังเกิดผลเสียที่จะตามมาอีกด้วย บางคนเถียงคอขึ้นเอ็นเลยว่า "ไม่ได้นอนกรน" แต่ลองถามคนที่นอนข้างเคียงดูเถอะ....จะรู้ 
     วันนี้ "ยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์"ก็เลยจะพามารู้จัก การนอนกรน กันว่า จริง ๆ แล้วมีผลเสียอย่างไรบ้างกับตัวเองและคนข้างเคียง
 
นอนกรน 
                                             
       การนอนหลับที่มีเสียงดังขณะหายใจเข้าหรือออก โดยที่เสียงนั้นเกิดขึ้น เนื่องจากการสั่นสะเทือน (Vibrate) ของอวัยวะส่วนต่างๆในช่องปากและลำคอ ซึ่งได้แก่ ลิ้นไก่ เพดานอ่อน โคนลิ้น ต่อมทอนซิล และ กล่องเสียง 

นอนกรน คือ ความผิดปกติของการนอน มี ๒ ชนิด ดังนี้ 

1.ชนิดไม่อันตราย ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพียงแต่ก่อความรำคาญให้คนใกล้ชิดเท่านั้น

2.ชนิดอันตราย นั่นคือ หยุดหายใจขณะหลับ อันเนื่องมาจากมีการ
อุดตันของทางเดินหายใจขณะหลับ ภาวะอุดตันทางเดินหายใจ
ส่วนบน และระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ นอนกรน ชนิดไม่อันตราย ขณะที่คนเรานอนหงายและหลับสนิท เนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ในช่องคอ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนจะตกไปทางด้านหลัง ในคนที่ช่องคอแคบกว่าปกติ เนื้อเยื่อเหล่านี้จะขวางกั้นทางเดินผ่านของอากาศจึงเกิดเสียงกรนขึ้น ซึ่งอาจทำให้รบกวนคนที่นอนด้วยให้เกิดความรำคาญ 

 สังเกตอาการตนเองอย่างไร

      ผู้ป่วยที่นอนกรน ไม่ทราบว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยหรือไม่ อาจให้คนนอนข้างๆ สังเกตหรือพิจารณาว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่

     1.นอนกรนเสียงดัง 

     2.รู้สึกนอนไม่เต็มตื่น อ่อนเพลียหลังตื่นนอน ทั้งที่มีเวลานอนเพียงพอ 

     3.ตื่นนอนตอนเช้ามีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย

    4.ง่วงนอนบ่อย หรือหลับง่ายในช่วงกลางวัน ขณะทำงานหรือเรียนหนังสือ จนถึงขั้นมีอันตรายเช่นอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ (หลับใน) หรืออุบัติเหตุเกี่ยวกับเครื่องจักรต่างๆ

     5.ความคิดการอ่าน ความสามารถในการจดจำลดลง 

     6.หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อยกว่าปกติ

     7.ในเด็กอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ร่างกายไม่แข็งแรง ปัสสาวะรดที่นอน 

                                                                                          

แนวทางการรักษา แยกได้เป็น 2 แนวทาง คือ การรักษาโดยไม่ผ่าตัด และการรักษาโดยการผ่าตัด 

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด 

     1.การควบคุมน้ำหนัก ในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน การพยายามลดน้ำหนักลง มีรายงานทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยที่ลดน้ำหนักได้ร้อยละ 7.8 จะมีอัตราการนอนกรนลดลงถึงร้อยละ 30 ผู้ป่วยนอนกรนที่ลดน้ำหนักตัวลงจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของระบบทางเดินหายใจ ส่วนบนกว้างขึ้น
                                    
                                                 ที่มาของรูป www.sleepgroup.com 
      
     2.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และยากล่อมประสาท 
แอลกอฮอล์และยากล่อมประสาทเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในผู้ป่วยที่นอนหลับยากควรเลี่ยงการดื่มสารที่มีกาเฟอีน
                                                                                                                     
     3.การนอน ผู้ป่วยที่นอนหงายจะมีอาการกรนและหยุดหายใจ ขณะหลับได้บ่อยกว่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำ ในสมัยก่อนมีการใช้ถุงใส่ลูกเทนนิส 3-4 ลูกติดไว้ด้านหลังของเสื้อนอน เพื่อบังคับให้ผู้ที่ใส่นอนตะแคงหรือนอนคว่ำ (sleep ball technique)

     4.การใช้เครื่องมือทางทันตกรรม เครื่องมือทางทันตกรรมที่ใช้นี้จะมีลักษณะคล้ายๆ ฟันยางกันกระแทกของนักมวย แต่จะถูกดัดแปลงมาให้ปรับตำแหน่งของขอกรรไกรล่างให้เคลื่อนมาทางด้านหน้า กว่าภาวะปกติ ทำให้บริเวณลิ้นเคลื่อนมาทางด้านหน้าด้วย ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ ลักษณะอาการคอแห้งปากแห้ง มีอาการอักเสบของข้อกราม หรือในรายที่เครื่องมือชำรุด ชิ้นส่วนอาจตกเข้าในปาก ลำคอ หรือเป็นสิ่งแปลกปลอมในหลอดลมได้ 

   5.การใช้เครื่องอัดอากาศเพื่อช่วยหายใจขณะนอนหลับ (CPAP) เป็นวิธีการป้องกันการตีบแคบของช่องลำคอ โดยใช้แรงดันอากาศเป็นตัวถ่างไว้ 

การรักษาโดยการผ่าตัด 

     จุดประสงค์ของการผ่าตัดในการรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ทางเดินหายใจส่วนบน คือ การขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น การที่จะพิจารณาผ่าตัดนั้น ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ส่วนมากแล้วมักต้องตรวจการนอนก่อน ตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของที่ตรวจได้ ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 3 ระดับคือ ระดับโพรงจมูก ระดับเพดานอ่อน และระดับโคนลิ้น

ปัจจัยที่ทำให้เกิดการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

     1.อายุ ในคนที่มีอายุมาก เนื้อเยื่อต่างๆ ขาดความตึงตัว กล้ามเนื้อหย่อนยาน รวมทั้งช่องทางเดินหายใจบริเวณคอแคบลง ลิ้นไก่และลิ้นตกไปบังทางเดินหายใจได้ง่าย

     2.เพศ เพศชายจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดตันทาง เดินหายใจส่วนบนมากกว่าเพศหญิง เชื่อว่าฮอร์โมนของเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทาง เดินหายใจ มีความตึงตัวที่ดีกว่า

     3.ลักษณะโครงสร้างของกระดูกใบหน้า คนที่มีคางสั้นมาก กระดูกใบหน้าแบน จะมีผลทำให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนแคบกว่าปกติ

     4.ความอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักมากจะมีการสะสมของไขมันมากบริเวณลำคอและทรวงอก ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง การเคลื่อนไหวของหน้าอกแย่ลง

     5.การดื่มสุรา ยาคลายเครียด และยานอนหลับ ทำให้กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง รวมถึงกล้ามเนื้อในลำคอ เกิดการอุดตันทางเดินหายใจได้ง่าย นอกจากนี้แอลกอฮอล์และยายิ่งมีผลกดการทำงานของสมองให้ช้ากว่าปกติ

     6.การสูบบุหรี่ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีประสิทธิภาพแย่ลง

     7.กรรมพันธุ์ 

       ควรสังเกตตนเองและพูดคุยกับคนใกล้ชิดว่าอาการเหล่านี้เป็นมากน้อยเพียงใด และควรใส่ใจสุขภาพตนเองมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้น "การนอน จะไม่ใช่การพักผ่อนที่ดีที่สุด" ของคุณอีกต่อไป

       ด้วยความปราถนาดีจาก คนรักสุขภาพ....."ยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์"

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

     พบกันอีกเช่นเคยนะคะ กับ ยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์ วันนี้เรามาพูดคุยกันในเรื่อง การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก กันดีกว่านะคะ การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกมีหลากหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมมากที่สุดอีกวิธีหนึ่งก็คือ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
                                                                                    
เมื่อไรจึงจะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
มีคำแนะนำจากองค์การอาหารและยาของอเมริกาแนะนำว่าให้เริ่ม ฉีดเมื่ออายุประมาณ 11-12 ปี แต่อาจจะฉีดเมื่ออายุ 9 ปีก็ได้ เนื่องจากเด็กในช่วงอายุดังกล่าวยังไม่มีการติดเชื้อ HPV และช่วงดังกล่าวเด็กจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่
นอกจากนั้นยังแนะนำว่าว่าผู้ที่อายุตั้งแต่ 13-26 ปี ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน หรือฉีดไม่ครบควรจะได้รับการฉีดวัคซีนทุกคน 
 
จะต้องฉีดกี่เข็ม
 
ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฉีดสามเข็มคือ เข็มที่สองและสามห่างจากเข็มแรกสองและสี่เดือนตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิได้เต็มที่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV
  • ครั้งที่1ให้ฉีดตามที่กำหนด
  • ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน
  • ครั้งที่ 3 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน
สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 26 ปี หรือมีเพศสัมพันธุ์แล้วยังได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนหรือไม่

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจะมีภูมิต่อเชื้อ HPV type 6, 11, 16 และ 18 ดังนั้นหากท่านยังไม่ได้รับเชื้อดังกล่าว ท่านก็ยังได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน สำหรับท่านที่ชอบเปลี่ยนคู่นอน ท่านมีโอกาสที่จะติดเชื้อไปแล้วอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน 
 
เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว...ยังมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกอีกหรือไม่?

ปัจจุบันวัคซีนครอบคลุมได้ประมาณ ร้อยละ 71 (ไม่ครบร้อย) จึงยังมีโอกาสติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดอื่นๆ ได้ แต่การได้รับวัคซีนก็จะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเอชพีวี 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญได้ และช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกให้น้อยลงได้ แต่ไม่ทั้งหมด
 
วัคซีนนี้อันตรายหรือไม่ 
มักจะมีอาการเจ็บบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย ไข้ต่ำๆ เหมือนคนเป็นหวัด เวียนศีรษะเล็กน้อย ผลข้างเคียงรุนแรงก็พบได้น้อย 
 
คนที่ฉีดวัคซีนแล้วจำเป็นต้องทำ PAP Smear หรือไม่
การตรวจภายในยังคงมีความจำเป็นแม้ว่าคุณได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว เพราะการตรวจภายในจะสามารถตรวจโรคอื่นได้ด้วย 
 
วัคซีนนี้จะให้ในคนท้องได้หรือไม่

ยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบต่อทารก หากทราบว่าตั้งครรภ์หลังจากฉีดไปหนึ่งเข็ม แนะนำให้หยุดฉีดวัคซีนจนกระทั่งคลอดบุตรแล้วจึงฉีดต่อ

วัคซีนนี้จะป้องกันได้นานแค่ไหน
 
จากการศึกษาเบื้องต้นวัคซีนนี้สามารถอยู่ได้นาน แต่กำลังศึกษาว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือไม่ 
 
ต้องตรวจทำ PAP Smear ก่อนการฉีดวัคซีนหรือไม่
  
      ขึ้นกับประวัติการมีเพศสัมพันธ์ และประวัติการตรวจภายใน
  1. หากไม่มีประวัติมีเพศสัมพันธ์ก็สามารถฉีดวัคซีนได้เลย
  2. หากมีประวัติเพศสัมพันธ์มาก่อน และ ไม่เคยทำ PAP Smear ก็ให้ทำ PAP Smear เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
    • หากผลปกติก็ให้ฉีดวัคซีนได้
    • หากผลผิดปกติก็ให้รักษาตามขั้นตอน
หากตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอก็ให้ฉีดวัคซีนได้
      เป็นอย่างไรบ้างคะเรื่องที่นำมาฝาก การใช้วัคซีนป้องกันก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ก็อย่าลืมว่ามีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การเปลี่ยนคู่นอนหลายคน เป็นต้น  ดังนั้น   เราควรตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอทุก    6  เดือน - 1 ปี ไม่สูบบุหรี่ ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์เพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดเชื้อทาง เพศสัมพันธ์ ไปพบแพทย์ หากมีตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดออกผิดปกติจาก ช่องคลอด เท่านี้ก็เป็นการช่วยตัวเราเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้อีกเปาะนึ๊งแล้วคะ…...ยัยมิ้นท์ช่างเม้า

เหรียญที่ระลึกในหลวงได้รับ..รางวัลความสำเร็จด้านพัฒนามนุษย์ ปี2549 (UNDP)

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เนื่องในโอกาศที่ สำนักงานพัฒนาโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ปี ๒๕๔๙

Untitled

 เหรียญที่ระลึก

“เหรียญเงิน ประเภทขัดเงาและลงสีพิมพ์ออฟเซ็ต 4 สี สั่งทำจากประเทศออสเตเลีย จำนวน 250,000 เหรียญเท่านั้น เป็นครั้งแรกในการจัดสร้างเหรียญกษาปณ์พิมพ์สีของไทย ราคาหน้าเหรียญ 900 บาท แต่ราคาเปิดให้แลก 1500 บาท กองกษาปณ์ให้สิทธิแลก 1 คน / 1 เหรียญเท่านั้น เป็นเหรียญกษาปณ์ทรงคุณค่าที่น่าเก็บและมีความสวยงามอย่างยิ่ง ตอนนี้เริ่มหายากแล้วโดนเก็บไปเยอะ พร้อมกล่องหนังเดิมๆ..”

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บันทึกการทำ Blog แบบมั่ว : ตอนที่ 3

หลังจากที่เมื่อวานได้ ถึงขั้นตอนเลือก Tempalte ให้เหมาะสมกับสินค้าที่จะแนะนำ วันนี้เรามาดูว่าต้องทำอะไรต่อ
  1. ใส่รูปให้บทความ ………ใส่รูปให้บทความ และใส่ Keyword ในรูป ใช้โปรแกรม Windows Live Writer (WLW) >>Search รูปใน Google
  2. ตั้งเวลา Post บทความ จุดมุ่งหมายคือ ให้ Blog มีการอัพเดต ทุกวัน โดยสั่งให้ Post วันละบทความ
  3. ปรับแต่งหน้าตา Blog อีกนิด และทำ Onpage อีกหน่อย พยายามเอา Keyword มาใส่ในแต่ละส่วน
  4. หาวิธีโปรโมท ลิงค์ ทำสะพานบอท  
  • ฝากลิงค์กับ web ทั่วไป >>>Sanook Classifiled ,Thaiseoboard ฯ
  • ทำ Pipeline โดยอ่านวิธีได้ที่ Hackublog : ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ลองทำดูก่อน
  • ลองสมัครเวบฝากลิงค์โดยเฉพาะ Onlywire.com <ใช้ fishguru001@gmail.com : fishguru> ที่นี่แปลกดีนะ ให้สมัครฟรีแต่บังคับให้กด Like ใน fb ให้ด้วย
17





หมดแล้วครับ วันนี้ บ๊าย บาย





นี่เป็นตัวอย่างที่ผมทำ ลิงค์วีลนะครับ

นี่เป็น วงกลมที่ 2  ของลิงค์วีลที่ 1 นะครับ


VIZIO M221NV 22-Inch Full HD 1080P LED LCD TV with VIA Internet Application, Black - Product Description

VIZIO's M221NV 22" Razor LED LCD HDTV with VIZIO Internet Apps puts the best of the web right on your TV screen. With built-in WiFi (802.11n) for easy set-up, the M221NV also boasts full 1080p HD with Razor LED backlighting for brilliant clarity in a razor thin design less than 2.1" (max depth 7.13")
- A sound environment that maintains intelligent commercials, still ridiculously high.
- Set the four dimensions of a different image for widescreen and standard TV.
- Eco-mode that is not too bright and shiny, but saves on power consumption.
- Easy USB connection for viewing images on the TV in slideshow format.
- The same kind of screen is a matte texture, so that the probability of glare is greatly reduced.
- Everything for photos, audio, channel closures, etc. (especially when you get into advanced menu) adaptable
Cons
VIZIO's M221NV 22" Razor LED LCD HDTV with VIZIO - It does not seem all that impressive with normal TV, but only to guess the way to go and buy the “HD package” I.
- The state that the TV has not be adjusted!
- The icon lights Vizio, even if the TV is off … How is organic?
All in all, this is a big budget TV that works well in smaller environments, and is still good.

ที่มา : hdtv buy now : Hdtv buyers guides
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : cooking pots reviews

วิธีทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้น

      พบกันอีกแล้วคะ กับ   ยัยมิ้นท์ช่างเม้า   วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง 
เบา เบา ดีกว่านะคะ พอดีเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วเข้าไปเจอ กับ Web site นึ๊ง ชอบมาเลยคะ  เลยเอามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเลยทีเดียว จริง ๆ ลืมไปแล้วล่ะว่า Copy ไว้ จนมาเจอน้องที่ทำงานมีเรื่องเครียด ๆ ที่ทำงานหน่ะคะ....ปล่อยให้เค้าได้ระบายสักพัก...... เอ.. เราจะพูดให้เค้ารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร....ก็เลยนึกขึ้นมาได้ ว่าจะเอาแนวทางนี้ไปแนะนำให้น้องเค้าเผื่อว่าอะไร ๆ จะดีขึ้น...ต้องขอขอบคุณเจ้าของ บทความนี้มากนะคะ และ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ที่จำชื่อเจ้าของบทความไม่ได้ ถ้าบังเอิญผ่านเข้ามาเจอต้องขออภัยที่เผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตินะคะ... 

.........................เรื่องมันมีอยู่ว่า.......................


     เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมเปิดตู้เสื้อผ้าดูเห็นมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้ไปหมดเคยนึกจะใช้เวลาเลือกเอาสิ่งที่เลิกใช้ไปแล้ว ไปบริจาคที่ไหนซักแห่งแต่ก็ทำไม่ได้สักที เอาล่ะ..... วันนี้เริ่มทำเสียที ปรากฏว่ารื้อ ค้น ได้เสื้อ กางเกง เสื้อกันหนาวมากมายที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือ ไม่อยากใช้แล้วนับเป็นร้อย ๆ ชิ้น เมื่อนำของจากบ้านไปบริจาคแล้วรู้สึกว่าตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้น ตัวเองก็เบาลง ใจก็สบายขึ้นอย่างประหลาด รู้แล้วล่ะ สิ่งที่ผมทำลงไปนั่น คือ การทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้นนั่นเอง... 

วันนี้เรามาคุยกันถึงวิธี ที่ทำให้ชีวิตเบาขึ้น เบาขึ้น ดีไหม ? วิธีทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้น เช่น ...

1. เก็บเอาของที่ไม่ใช้ เลิกใช้ไปบริจาคให้ผู้เดือดร้อน เช่น รองเท้า เฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ อย่าไปเสียดายกับของที่ไม่ได้ใช้เลย 

2. ลดงานที่เครียด ๆ ลงบ้าง เช่นงานประชุมที่เอาจริงเอาจัง งานแข่งขันที่หวังผลสูง ถ้าเป็นไปได้ลาออกจากการเป็นกรรมการอะไรต่อมิอะไรเสียบ้าง บรรยากาศของการประชุมมักจะเครียดเสมอ สารความเครียดก็หลั่งออกมาตลอดเวลารู้ไหม...? 

3. เลือกไปงานที่สำคัญและควรจะไปเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีเวลาของตัวเองเลย 

4. อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสารให้น้อยลง โดยเฉพาะข่าวอาญากรรม หรือ ข่าวเครียด ๆ ที่ซ้ำกันทุกวัน 

5. เลิกดูรายการทีวี ที่เครียด หรือรายการข่างหนัก ๆ ที่ซ้ำกันทุกวัน เช่น รายการที่มีพิธีกรมานั่งเถียงกัน พูดแข่งกัน พูดแซวกัน 2-3 คน ดูไปฟังไปแทนที่จะสบายใจกลับเครียดมากขึ้น น่าเบื่อด้วยซ้ำ 

6. หัดไปไหนมาไหนคนเดียว เป็นเพื่อนตัวเองได้ จะลดขั้นตอนความยุ่งยากใจ เวลาจะต้องทำอะไร หรือ ไปไหนได้มากขึ้น 

7. อย่ารับปากหรือสัญญาว่าจะทำอะไรให้ใคร ๆ ง่าย ๆ ด้วยความเกรงใจเลย หัดปฏิเสธให้เป็น

8. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่นเลย ทำได้ยากมากจะทำให้เราจมปลักอยู่กับความผิดหวังกับคนอื่น และ  เกลียดชังสังคมรอบตัว พยายามรักเขาและยอมรับเขาตามความเป็นจริงเถิด ถ้ารักเขาไม่ลงก็มองข้ามเขาไป และลดความคาดหวังในตัวเขาลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไปเราหันไปมองเขาใหม่ เราจะเข้าใจ ยอมรับ และรักเขาตามความเป็นจริงได้มากขึ้น 

9. ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจ บ้าเกียรติยศ ชื่อเสียง จะทำให้คุณไม่เครียดกับการเฆี่ยนตัวเองให้ทำงานหนัก และ แข่งขันกับคนรอบข้างตลอดเวลา จนลืมสร้างมิตร และไม่เคยพอใจตัวเองเลยไม่ว่าจะได้มามากเท่าไร 

10. ถ้าจะรักใครซักคนอย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิต และ อย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิตเขาด้วย จงคิดเพียงจะอยู่ข้าง ๆ เขา ก็พอแล้วการรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นาน ๆ 

11. ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด ลองทำตามที่แนะนำมานะครับ เราจะรู้สึกว่าชีวิตโล่งและเบามากขึ้น เหมือนใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ไม่คับแคบ หรือรัดตึง อึดอัด เวลาตัวเองเบา ๆ ใจสบาย ๆ ความคล่องตัวจะมีมากขึ้นจนคุณแปลกใจตัวเอง 

    ลองเอาไปปฏิบัติดูนะคะเผื่อชีวิตเราจะได้โล่งขึ้น เบาขึ้น ก็ได้คะ… จาก ยัยมิ้นท์ช่างเม้า.......

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บันทึกการทำ Blog แบบมั่วๆ : ตอนที่ 2

หลังจากวันที่เปิดบล๊อกกับ Wordpress แล้ว ก็มารู้ความจริงอีกอย่าง คือ ……แตน แต๊น
Wordpress ไม่ support กับ Adsense ……โอ้ว ไม่.
เฮ้อ สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้ Blogger เจ้าเก่าอีกเหมือนเดิม  ….
เพื่อเป็นการบรรลุเป้าหมายในการเปิด Blog เพื่อทำ Adsens + Amazon Affiate ดังนั้นก็จึงต้อง เปิดและปิด Blog ในวันนี้แหล่ะ
ลาก่อนนะเจ้าบล็อก Backpacks trip------------->Hiking Backpack Trip …………….ถ้ามีโอกาศ ฉันจะมาหาเธอนะจ๊ะ
แล้วก็ยินดีต้อนรับ How to buy HDTV
แผนงาน……How to buy HDTV
1. สร้าง uniq content ------------------>Google ,Google translate
2. เขียนลงบล๊อก -------------------->word at blog ,Windows Live Writer (คอนเฟิรม์ เวิร์ค)
3. กำหนดวางแผง -------------------> เริ่มต้นวางแผงวันที่ั 1 มกราคม Auto อีก ….30 วัน