วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กระดูกพรุนป้องกันได้ก่อนที่จะสายเกินไป


 ว้า! ..ไม่รู้จะสรรหาเรื่องไหนมาเล่าให้ฟังก็เลยหยิบยกเอาเรื่องใกล้ตัวมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะคะ..สงสัยยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์ เริ่มแก่แล้วมั้งก็เลยต้องรู้ไว้เพื่อป้องกันตัวเองไว้ก่อนเผื่อตอนที่เราแก่ไปแล้วจริงๆ จะได้ไม่เป็นโรคนี้งั้ยจ๊ะ..อีกอย่างยายเพิ่งจะกระดูกสะโพกหักไปไม่นานมานี้เอง...มีความเสี่ยงขนาดนี้ต้องดูแลตัวเองแล้วเรา..บรือ..ออ!
โรคกระดูกพรุน หรือ โรคกระดูกโปร่งบาง คือภาวะที่เนื้อกระดูกลดลง และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ภายในของกระดูก ส่งผลให้กระดูกบางลง ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกระดูกหักได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยเสียงที่ทำให้เกิด
1. ผู้หญิงหลังจากหมดประจำเดือน สาเหตุสำคัญเชื่อว่าเกิดจาก ภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน 
2. การกินอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน เช่น กินอาหารที่มีโปรตีนสูง ( เนื้อสัตว์ )หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง ( รสเค็ม ) แต่กินอาหารที่มีแคลเซี่ยมน้อย ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน 
3. กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีคนในครอบครัว เป็นโรคกระดูกพรุน ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น 
4. พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน เช่นการสูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ
5. ขาดการออกกำลังกายที่มีการแบกรับน้ำหนัก 
6. น้ำหนักตัว คนผอมมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีรูปร่างอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีไขมันมากซึ่งไขมันนี้สามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้ 
7. เป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคขาดวิตามินดี โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคมะเร็งบางชนิด 
8. กินยาบางชนิดที่ส่งผลต่อกระดูก ทำให้กระดูกบางลง ที่พบบ่อยได้แก่ ยาสเตียรอยด์รวมถึงยาชุด ยาสมุนไพร ยาลูกกลอนที่มีส่วนผสมของ
ยาสเตียรอยด์อยู่ นอกจากนั้นยังมียาอื่น ๆ ได้แก่ยากันชัก ยาขับปัสสาวะซึ่งมักใช้ในโรคความดันโลหิตสูง 
9. ผู้สูงอายุ สาเหตุสำคัญเชื่อว่าเกิดจากอายุที่ เพิ่มขึ้นและการขาดแคลเซี่ยมเป็นเวลานาน 


แนวทางการรักษา

ปัจจุบันรักษาโดยใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกัน ได้แก่  
1. การออกกำลังกาย ซึ่งต้องมีการแบกรับน้ำหนักขณะออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง การเดิน การยกน้ำหนัก จะช่วยเพิ่มเนื้อของกระดูกในบริเวณที่รับน้ำหนักได้
2. ขจัดปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้สูญเสียเนื้อกระดูก เช่น การดื่มสุรา ดื่มกาแฟ ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น
3. การรักษาด้วยยา
   3.1 ยาที่มีฤทธิ์ลดการทำลายกระดูก เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมนแคลซิโตนิน แคลเซี่ยม
   3.2 ยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างกระดูก เช่น วิตามินดี ฟลูออไรด์

เท่านี้ก็ทำให้เราห่างไกลจากโรคกระดูกพรุนได้เยอะเลยที่สำคัญอย่าลืมดื่มนมเยอะๆ นะคะ สำหรับคนที่ดื่มนมแล้วท้องเสียแนะนำให้ดื่มน้อย ๆ แต่บ่อย ๆคะแต่ถ้าไม่ดีขึ้นก็หันมาทานอาหารอื่นที่มีแคลเซียมสูงแทนก็ๆได้ เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ถั่ว งา ปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ทานได้ทั้งกระดูก ก้งแห้ง รวมทั้งผักอีกหลายอย่าง เช่น ใบยอ มะเขือ คะน้า ผักโขม เป็นต้น ทีสำคัญอย่าลืมไปตากแดดรับวิตามินดีประมาณ 10-15 นาทีก็พอคะ เพราะวิตามินดีมีความสำคัญในการรักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย พร้อมช่วยดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ด้วย.....ขอโทษคะที่เม้านานไปหน่อยด้วยอาชีพมันพาไปหน่ะคะแล้วค่อยพบกันใหม่นะคะ.....อยากรู้เรื่องอะไรก็โพสต์กันเข้ามาได้คะ ยัยมิ้นท์ช่างเม้าท์ คนนี้จะพยายามหาสาระดี ๆ มาให้อีกนะคะ....Bye...Bye
ฮอร์โมนเอสโตรเจน

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บันทึกการทำ Blog แบบมั่วๆ ตอนที่ 1 เอาวะ...เอาจริงแล้วมรึง++ ของฟรี ไม่ดีอย่างที่คิด ++++

ฉันค้นพบหลักการที่ใช้ได้ผล และกำลังปฏิบัติตามหลักการเหล่านั้น.....

วันนี้ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ เหมือนไฟมันกำลังลุกโชน....

ตื่นขึ้นมาก็เปิดคอมก่อนเลย  .....

วันนี้แหละจะสร้าง Blog จาก wordpress ล่ะ ฮ่า.ฮ่า....

ก็เลยสมัครซะ  wordpress.com ลงทุนสมัครเมลให้ใหม่เลยนะเจ้า WP ..เอาใจสุดๆ เลย

 สมัครเสร็จแล้ว ...ต่อไปก็ ติดตั้ง Plug in ตามตำรา...(ไหนเนี่ย..บอกไม่ได้)

ว่าจะเอา Wordpress Robot 3.3 ลงซะกะหน่อย อุตสาห์หามาแทบตาย (ประมาณ 3 + 3 ชั่วโมง )

เข้า WP หา Admins > Plugin > ****** กำทำไมไม่มีฟะ  เฮ้ยยังไงเนี่ย....

ไม่ได้การ Search หาข้อมูลในอากู๋ (Google) ...หา Plug in ไม่เจอ ทำไมไม่มีใครเป็นเหมือนเรา

เลยต้องสมัคร Thaiseoboad อีกอัน Post ถามซะ ...ห้องเด็กหม่ง เด็กใหม่อะไรเนี่ยแหละ ..ปรากฏว่่....

"Wordpress.com ลง plugin ไม่ด้าย.ย.ย.ย.......นะ......จ๊ะ"  .......โอ้..เศร้า

แล้วตูจะเขียน blog ไปทำพระแ*ง อะไร*ะ เนี่ย


สุดท้ายเลยต้องไปหา Host ฟรี ในไทยเสียว (Thaiseoboad) เนี่ยแหละได้มาอันนึง  ...แต่ด้วยความโง่

ยังไม่เข้าใจว่า มันต้องมี Domain ด้วย (โ*ตร โง่) ก็หาจด Domain ในไทยเสียวนี่อีกล่ะ (มีทุกอย่างจริงๆ) จนได้มั่วมาอันนึง....ฮ่า ฮ่า






















ในที่สุดก็จดได้สำเร็จแล้ว.....เวปคุณตำรวจ (191Host)...(299 บาท/ปี) .....ตอนแรกลงไว้ 99 บาท/ปี แต่พอไปจดจริง เป็น .in.th ไม่เวิค ไม่ตามสูตร ตามสูตรต้อง .com .... >>> เรื่อยเปื่อย ...จบ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อ่อนล้าเรื้อรัง


       เมื่อวันก่อนยัยมิ้นท์ ช่างเม้าท์เดินเข้าร้านหนังสือเนื่องจากทำงานสายที่เกี่ยวกับสุขภาพอยู่แล้วก็เลยไปเจอหนังสือชื่อว่า HealthToday ปีที่ 10 ฉ.117 ธันวาคม 2553พบกลุ่มอาการที่หน้าสนใจมาก บทความเขียนโดย พ.อ.(พ) รศ.นพ.สามารถ นิธินันทน์ อายุรแพทย์ด้านประสาทวิทยา  เรียกว่ากลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง เลยขออนุญาตินำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ....
     กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง(Chronic Fatigue syndrome,CFS) เป็นโรคที่ก่อให้เกิดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายแต่อย่างใด การพักผ่อนก็ไม่ช่วยให้อาการเหล่านี้้ดีขึ้นและต้องมีอาการอ่อนล้าเรื้อรังเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการหลังการเป็นไข้หวัดใหญ่ กลไกการเกิดโรคทำให้้เกิดอาการทางระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบต่อมไร้ท่อ 
     สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด
     กลุ่มเสี่ยง  เกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในอายุระหว่าง40-59 ปี 
     อาการ   กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังจะเกี่ยวข้องกับโรคหลาย ๆ ระบบทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น เหนื่อยง่าย รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ สมาธิสั้น เป็นต้น จนมีผลต่อร่างกายและจิตใจในที่สุด 
     อาการแสดง

     อาการเริ่มต้น ส่วนใหญ่มักเกิดอาการอย่างเฉียบพลันทันที เช่นมีอาการเมื่อยกล้ามเนื้อเหมือนเป็น 
ไข้หวัดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ศูนย์การควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริการจึงให้เกณฑ์การวินิจฉัยโรคนี้ไว้ว่าต้องประกอบด้วยอาการอ่ออนล้าที่เกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับการออกแรง จนมีผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวันและแม้พักก็ไม่หาย รวมถึงต้องมีอาการต่อไปนี้ตั้แต่ 4 อย่างขึ้นไปเป็นเวลานานอย่างน้อย  6 เดือน คือ
  • ไม่มีสมาธิ ความจำเสื่อมถอย
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้่อหลังการออกกำลัง รู้สึกว่าร่างกายและสมองเกิดความอ่อนล้า
  • หลับไม่เต็มอิ่ม
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดข้อหลายข้อ                                                          
  • ปวดหัวอย่างรุนแรง
  • เจ็บคอบ่อย ๆ                  
  • เจ็บบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณคอ หรือรักแร้
และอาจมีอาการที่ตรวจพบร่วมด้วย ได้แก่
  • ปวดมวนท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องเสีย
  • หนาวสั่นและเหงื่อออกในเวลากลางคืน 
  • สมาธิสั้น
  • หายใจติดขัด
  • ไอเรื้อรัง
  • การมองเห็นผิดปกติ(ภาพเบลอ ไวต่อแสง ปวดตา หรือตาแห้ง)
  • แพ้หรือไวต่ออาหาร แอกอฮอล์ กลิ่น สารเคมี ยา หรือ เสียง
  • ยืนนาน ๆ จะมีอาการเป็นลมวิงเวียน ใจสั่น มึนศรีษะ เซ ทรงตัวไมอยู่
  • มีปัญหาด้านจิตใจ (ซึมเศร้า อารมณ์ไม่แน่นอน ตื่นเต้น หวาดกลัว)
      การวินิจฉัย  ส่วนใหญ่เป็นการสอบประวัติ เนื่องจากยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ช่วยยืนยัน
     การรักษา  เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง ทำให้แพทย์ผู้ตรวจรักษาจำเป็นต้องค้นหาสาเหตุตามอาการที่ปรากฎ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด จึงมีผู้ป่วยเพียง 5% ที่มีโอกาสหายขาด จากการรักษาตามอาการ แต่การรักษาบางอย่างที่ให้ผลน่าสนใจดังนี้
  •  การรักษาเชาว์ปัญญาและพฤติกรรม
  •  การทำกายภาพบำบัด
  • การบรับเปลี่ยนประพฤติกรรม
      การฟื้นตัว ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจะมีโอกาสหายเพียงร้อยละ  5 ส่วนผู้ป่วยที่สามารถกลับไปทำงานตามปกติจะอยู่ที่ประมาณ 8-30 (แล้วแต่ผลการศึกษา) รวมถึงการฟื้นตัวยังมีความสัมพันธ์กับอายุ โดยที่ผู้อายุน้อยและไม่มีโรคประจำตัวอื่นมีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้มากกว่า
     การเสียชีวิต  ผู้ที่เป็นโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตไม่แตกต่างจากคนทั่วๆ ไป อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายจะมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งพบในผู้ป่วยอายุน้อย

     ทำอย่างไรให้ไกลจาก CFS 
ควรพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการดื่อมสุราและการสูบบุหรี่ การทำใจจิตใจให้เบิกบาน ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้า การจัดการสภาพแวดล้อมภายในบ้านและห้องพักให้ปลอดโปร่ง มีอากาศถ่ายเทดี รวมถึงการตรวจสุขภาพร่างกายประจำทุกปี


 Up date โรคใหม่ ๆ ให้รู้จักกันมากขึ้น.....โรคมีการพัฒนาเราก็ต้องก้าวให้ทัน....

จะได้สังเกตตัวเองและคนรอบข้างก่อนที่จะมีอาการได้อย่างทันท่วงทีนะคะวันนี้ ยัยมิ้นช่างเม้าท์ ขอลากันไปก่อนแล้วพบกันใหม่คะ......Bye....Bye...

อ่านบทความอื่น ....

สมุนไพรไทยกับโรคภูมิแพ้ ,โรคหวัด , มะเร็งมดลูก  , โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  , โรคอ้วนลงพุง , อ่อนล้าเรื้อรัง

โรคอ้วนลงพุง Metabolic syndrome



โรคอ้วนลงพุงหรือ Metabolic syndrome เป็นภาวะที่อ้วนโดยเฉพาะส่วนเอวและทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายระบบ Metabolic syndrome คำนี้เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้การอย่างแพร่หลาย ภาวะนี้หมายถึงกลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติทำให้เกิดโรค หัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน



องค์การอนามัยโลกให้ข้อมูลว่า การวินิจฉัยความผิดปกติของภาวะอ้วนลงพุงให้ดูที่การปรากฎตัวของโรคเบาหวานประภาวะเสี่ยงก่อนการเป็นเบาหวาน อย่างภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ รวมถึงอาการอย่างใดอย่างหนึงใน 2 อาการดังต่อไปนี้

อ่านบทความอื่น ....

สมุนไพรไทยกับโรคภูมิแพ้ ,โรคหวัด , มะเร็งมดลูก  , โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  , โรคอ้วนลงพุง , อ่อนล้าเรื้อรัง

    วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

    เหรียญที่ระลึก 60 ปี ราชาภิเษกสมรส






    เหรียญที่ระลึก 60 ปี ราชาภิเษกสมรส -- ใหม่ !!!
    ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓


    สวัสดีครับ...หลังจากได้แนะนำ เหรียญที่ระลึก 60 ปี ไปแล้ว วันนี้มีอีกหนึ่งเหรียญที่น่าสนใจครับ ......เป็นเหรียญที่จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาศ 60 ปี ราชาภิเษกสมรส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เพื่อน้อมรำลึกถึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีความอยู่ดีกินดีตลอดมา

    ลักษณะลวดลายของเหรียญ

    ด้านหน้า
    กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบาทสมเด็จฯพระบรมราชินีนาถ

    ด้านหลัง
    กลางเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธย "ภ.ป.ร."คู่กับ "ส.ก." เบื้องบนมีข้อความว่า "๖๐ ปี ราชาภิเษกสมรส" เบื้องล่างมีข้อความว่า "๒๘ เมษายน ๒๕๕๓"

    มีให้สะสม 4 แบบครับ ดังนี้

    1. เหรียญที่ระลึกทองคำพ่นทราย
    รายละเอียด
    โลหะทองคำร้อยละ 99
    ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 26 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม
    ราคาหน้าเหรียญ 25,000 บาท

    2. เหรียญที่ระลึกเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ
    รายละเอียด
    โลหะเงินร้อยละ 95
    ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม
    ราคาหน้าเหรียญ 1,000 บาท

    3. เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทรายพิเศษ
    รายละเอียด
    ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 มิลลิเมตร น้ำหนัก 150 กรัม
    ราคาหน้าเหรียญ 1,200 บาท


    4. เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย
    รายละเอียด
    ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร น้ำหนัก 13 กรัม
    ราคาหน้าเหรียญ 100 บาท

    เป็นอีกหนึ่งเหรียญที่น่าสะสม ในปี 2553 ครับ หลังจากได้กรมธนารักษ์ได้จำหน่าย เหรียญที่ระลึก 60 ปี บรมราชาภิเษก และได้รับความสนใจอย่างมากมายมาแล้ว ก็เป็นเหรียญที่มีความหมายดีครับ เหมาะสำหรับผู้สนใจ และชื่นชอบในการสะสมเหรียญกษาปณ์เป็นอย่างยิ่ง

    เปิดให้จองแล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน - 20 ธันวาคม 2553

    จองเองได้เลยครับ...สถานที่รับจองก็ตามนี้เลยครับ สะดวกที่ไหนก็ไปจองที่นั่นครับ

    1. สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพ
    2. สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพ
    3. สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 กรุงเทพ
    4. สำนักกษาปณ์ ถนนพหลโยธิน อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
    5. ศาลาธนารักษ์ 1
    6. ศาลาธนารักษ์ 2
    7. สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 75 พื้นที่ (ทุกจังหวัด) ทั่วประเทศ
    8. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย ทั่วประเทศ (อันนี้ผมว่าสะดวกสุดครับ....)

    กำหนดรับเหรียญ -- ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 -- เป็นต้นไป ณ สถานที่รับจอง

    รายได้จากการจำหน่ายเหรียญหลังจากหักค่าใช้จ่าย จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

    อื่นๆ ...เหรียญที่ระลึก 60 ปี

    สนใจเข้าไปดูรายละเอียดที่ เวบกรมธนารักษ์ ได้ครับ http://ecatalog.treasury.go.th/productecatalog/index.php?myModuleKey=e-cat-ts&pid=339

    แบบบ้านฟรี ไม่เสียสตางค์



    แบบบ้านฟรี ...กรมโยธาธิการและผังเมือง

    Update >>>> 6 กุมภาพันธ์ 2554 .....รับเขียนแปลน Lay out ให้กับแบบบ้านฟรี กรมโยธาธิการฯ ถูกสุดๆ แค่ 990.บาท

    แบบบ้านประหยัด ๒
    แบบบ้านประหยัด ใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นบ้าน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องครัว ที่รับแขก ตัวบ้านยกสูง ห้องรับแขก & อเนกประสงค์ และห้องรับประทานอาหาร สามารถปรับเป็นห้องนอน หรือห้องทำงานได้
    รายละเอียดแบบบ้าน

    ชั้นบน
    - ยกพื้นสูงจากพื้นดิน 1.50 ม.
    - ห้องรับแขก & อเนกประสงค์ ขนาดใหญ่ โปร่งสบาย ( ขนาด 3.35 x 4.70 ม.)
    - ห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ( ขนาด 3.35 x 4.70 ม.)
    - ห้องครัว เป็นสัดส่วน ( ขนาด 2.00 x 2.40 ม.)
    - ห้องน้ำ ( ขนาด 1.50 x 2.40 ม.)
    - ห้องนอน ( ขนาด 3.55 x 4.70 ม.)
    - ลานซักล้าง ( ขนาด 1.20 x 1.20 ม.)

    ขนาดที่ดินที่ต้องการขั้นต่ำ 25 ตารางวา

    ขนาดพื้นที่ใช้สอย 56 ตารางเมตร

    ขนาดตัวบ้านกว้าง 6.90 ม. ลึก 9.40 ม.

    ราคาค่าก่อสร้างประมาณ 500,000 บาท. ( ราคาค่าก่อสร้างขึ้นกับรายการ Spec วัสดุที่จะใช้ )


    บทความวิจารณ์
    บ้านออกแบบได้สวยงาม แม้จะดูเรียบง่ายไปหน่อยแต่ก็เหมาะสมกับราคาประมาณ ครึ่งล้าน แบบบ้านสามารถไปปรับแต่งได้อีก สามารถเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ เข้ามาทดแทนได้ เช่น เปลี่ยนหลังคาเป็นหลังคากระเบื้องคอนกรีต เปลี่ยนพื้นเป็นทั่วไปเป็นแกรนิตโต้ ห้องนอนเป็นพื้นลามิเนต แต่ราคาก็ต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dpt.go.th/download/PW/house_model/framehome.html

    สนใจผู้ออกแบบบ้าน โรงงาน อาคารพาณิชย์ ราคาคุยได้ ติดต่อ คุณต้อง 086-3070762 หรือฝากเบอร์ไว้ได้ครับ


     

    Update >>>> 6 กุมภาพันธ์ 2554 .....

    รับเขียนแปลน Lay out ให้กับแบบบ้านฟรี กรมโยธาธิการฯ ถูกสุดๆ แค่ 990.บาท

    วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

    โรคกระเพาะปัสสาวะ อักเสบ (Cystitis)


    โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)
    พบมากกว่า ร้อยละ 70 ของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ พบบ่อยในเพศหญิงในช่วงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ สาเหตุที่โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้น และอยู่ใกล้ทวารหนักซึ่งเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคมาก เชื้อโรคจึงเข้าทางท่อปัสสาวะของผู้หญิงได้ง่ายกว่าผู้ชาย จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่เกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะร้อยละ 70 จะกลับเป็นซ้ำอีกภายใน 6 เดือน ผู้หญิงแทบทุกคนมีโอกาส เป็นโรคนี้ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ พบมากในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่ชอบอั้นปัสสาวะนานๆ ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อย ถ้าพบมักมีความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ต่อมลูกหมากโตหรือมีก้อนเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติทางโครงสร้างของทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังอาจพบเป็นโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวาน นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต หรือพบภายหลังการสวนปัสสาวะ ส่วน ใหญ่โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดจากการ กลั้นปัสสาวะมากไป รับประทานน้ำไม่พอเพียง การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่สำคัญ ที่สุด ในผู้ป่วยบางรายอาจพบว่าเป็นบ่อยๆ เนื่องจากมีความผิดปกติทางกายวิภาคของของกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ หรืออาจพบว่าเป็นโรคนิ่วร่วมด้วยในสตรีวัยเจริญพันธุ์ พบว่ามีอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้บ่อยภาย หลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในช่วงระยะหลังการแต่งงานใหม่ๆ อาจเกิดการฟกช้ำจากการร่วมเพศ แล้วทำให้มีอาการอักเสบของท่อปัสสาวะ เชื้อแบคทีเรียหลุดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย เกิด การอักเสบติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะขึ้น เรียกภาวะดังกล่าวว่า Honeymoon Cystitis 

    อ่านบทความอื่น ....

    สมุนไพรไทยกับโรคภูมิแพ้ ,โรคหวัด , มะเร็งมดลูก  , โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  , โรคอ้วนลงพุง , อ่อนล้าเรื้อรัง